THUNSKA PANSITTIVORAKUL

เกาหลีไหน (ตอนจบ) โดย ธัญสก


ขณะที่เกาหลีเหนือโหมกระแสคลั่งชาติ ด้วยปรัชญาฟังดูดี หลอมหลอนให้ประชาชนบูชาสองคิมพ่อลูก ผู้เก่งกล้าสามารถไปทุกเรื่อง ด้วยคำเบือนบิด ปิดหูปิดตา จนจอมเผด็จการกลายเป็นสมมติเทพ สร้างฉากทัศน์ให้หวาดกลัวต่อภัยคุกคาม จมปลักเจ็บปวดกับอดีตที่เคยถูกข่มเหง โดยไม่มีโอกาสรู้ความจริงว่าตนเองก็ย่ำยีชาติอื่นอยู่ไม่น้อย เกาหลีใต้กลับใช้อดีตอันเจ็บปวด เป็นแรงผลักพัฒนาจนชาติอื่นยากจะต่อกร

หลังประเทศถูกฉีกเป็นสองขั้ว กลางปี50จู่ ๆเกาหลีเหนือก็เข้ารุกราน ทำสงครามนาน 3 ปี จนแผ่นดินพินาศ ครอบครัวพลัดพราก ปี61ฝ่ายทหารก็เข้ายึดอำนาจ กลายเป็นการเมืองน้ำเน่า ที่มีครบ ทั้งใส่ร้าย วางระเบิด เผาเมือง สร้างสถานการณ์ โกงเลือกตั้ง ลอบสังหาร ชิงอำนาจ ชุมนุมประท้วง และสังหารหมู่ประชาชนไปอีก32ปี จนต้นปี93เกาหลีใต้จึงมีประธานาธิบดีฝ่ายพลเรือนเป็นครั้งแรก ที่ลดบทบาทอำนาจทหาร ขจัดคอรัปชั่น สร้างวินัย ปฏิรูปการเมือง และฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างจริงจัง

ปีเดียวกันนั้นเองที่รัฐเริ่มระดมรับฟังความคิดคนทั้งวงการ มากำหนดเป็น แผนพัฒนาภาพยนตร์ระยะยาว ลดหย่อนภาษีนำเข้าอุปกรณ์ภาพยนตร์ และ Sopyonje ของอิมกวอนแต็กที่วิพากษ์นโยบายอันล้มเหลว สมัยรัฐบาลปักจุงฮี ก็ประเดิมเป็นหนังทำเงินถล่มทลายในปีนั้น เปิดตัวเทศกาลหนังในฤดูที่ไม่มีใครเที่ยว ณ เมืองปูซาน ปี96 ที่ตอนนี้กลายเป็นเทศกาลใหญ่สุดในเอเชีย ไปสู่การแก้กฎหมายเซ็นเซอร์ในปี97 จนปี99จึงปรับสภาภาพยนตร์เกาหลี(KOFIC) หน่วยงานส่งเสริมภาพยนตร์ที่มีมาตั้งแต่ปี73 แต่ไร้ประสิทธิภาพ ให้กลายเป็นหัวหอกสำคัญ ไม่ใช่แค่สร้างภาพอย่างแต่ก่อน ด้วยการให้ความรู้ ให้ทุน ช่วยแปลทำซับ ไปยันส่งเทศกาลนอกประเทศ แล้วล่าสุดปี09 เกาหลีใต้ขยายความไม่พอเพียง ด้วยการเริ่ม KOCCA องค์กรมหาชนที่กำหนดยุทธศาสตร์ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ให้กว้างไปยังสื่อวัฒนธรรมทุกแขนง ทั้ง เกม เพลง ละครทีวี ฯลฯ

อะไรที่พวกเขาสร้าง แล้วคนแห่กันไปดู ออกสู่ตลาดโลก


Dae Jang-geum (2003)

เรื่องราวชิงตำแหน่งซานกุงสูงสุด(หัวหน้าห้องเครื่องปรุงอาหารให้พระราชาเสวย) ระหว่างนางกำนัลบ้านนอก กับนางกำนัลผู้มาจากตระกูลขุนนางห้าสมัย ที่ความมักใหญ่ของฝ่ายหลัง ทำได้ทุกอย่างทั้งใส่ความ ไปยันวางแผนฆ่า จนนางบ้านนอกเกือบเอาชีวิตไม่รอดระเห็จกระเด็นออกนอกวัง เธอจึงพร่ำสอนจังกึมลูกไพร่ชั้นต่ำของนาง ผู้มักจะไปแอบเรียนกับลูกขุนนางว่า “ลูกขุนนาง ลูกทหารมีสิทธิ์เรียน เพราะโตขึ้นพวกเขาจะเป็นขุนนาง แต่ถ้าลูกไพร่รู้หนังสือ สักวันจะมีอันตราย”


ส่วนนางสูงศักดิ์หลังกำจัดเสี้ยนหนาม ด้วยการใส่ความว่าอีกฝ่ายเป็นกบฏ จนต้องโทษประหาร นางก็เข้าไปในคุกเย้ยนางหอกข้างแคร่นั่นว่า “นี่คือโทษของการไม่ยอมก้มหัว ความผิดของเจ้าคือไม่ยอมจำนนต่ออิทธิพล…ชาตินี้ข้าไม่อยากทำเรื่องแบบนี้อีกแล้ว…ถ้าการที่ข้าฆ่าเมียงยอ(แม่ของจังกึม) ในใจเจ้าคือความเจ็บปวด ในใจข้าก็คือความหวาดกลัว”(กลัวเป็นฝ่ายถูกโค่นอำนาจจึงจำต้องฆ่า) ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จไปทั่วเอเชีย ซ้ำยังออกอากาศในแคนาดา และชิคาโกอีกด้วย ปัจจุบันโรงถ่ายเรื่องนี้ ถูกรัฐซื้อไปเป็นสถานที่ท่องเที่ยว


King and the Clown (2005)

เรื่องนี้เป็นที่รู้จักดีในหมู่คนเกาหลี ส่วนที่หนังไม่ได้เล่าคือ สร้างจากพงศาวดารราชวงศ์โชซอน สมัยสมเด็จฮอนซอน ฮงโด คยองมุน วีมู ซึ่งภายหลังถูกลดพระยศเป็นองค์ชายยอนซาน กษัตริย์ทรราชผู้ถูกอำมาตย์ขี้ฉ้อสอพลอ เสี้ยมให้ก่อการสังหารหมู่โหดเหี้ยมถึงสองครา ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ยกนางโลมขึ้นเป็นมเหสี เคยล่วงเกินภรรยาขุนนางมากมาย รวมทั้งชายาของพระปิตุลา(อา) จนนางสังหารพระองค์เองหนีอาย ก่อนจะถูกขุนนางยึดอำนาจ แล้วเนรเทศพระองค์ไปอยู่เกาะ


หนังเล่าเรื่องผ่านจำอวดปาหี่ยาจกชายคู่หนึ่ง ที่หนึ่งในนั้นหน้าสวยเป็นที่ต้องพระทัย จนพระองค์ยกให้เป็นตลกหลวง ประเด็นคนรักเพศเดียวกัน ถูกวางให้กษัตริย์องค์นี้ทวีความวิปริต ขณะที่ก็แสดงถึงความรักอันแข็งแกร่งกว่าความตาย ของตลกหลวงคู่นี้ให้ชัดเจนขึ้นด้วยดุจกัน เช่นเดียวกับการตีความด้านอ่อนไหวของกษัตริย์ ผู้มีปมเรื่องพระมารดาถูกสังหาร ไปจนถึงอาการแยกเรื่องเล่าของจำอวดกับเรื่องจริงไม่ออก อันเป็นผลทำให้พระองค์กระทำเรื่องโหดร้ายในที่สุด จนตลกหลวงถึงกับกล่าวว่า “พระองค์ฆ่าพวกเราเล่นเป็นกีฬาราวเทพเจ้า…หญิงสองพันคนก็ไม่พอจะตอบสนองตัณหาได้ ใครก็ตามที่สนองความต้องการพระองค์ ก็จะได้รับยศถาบรรดาศักดิ์…สวรรค์ได้เห็นระบอบการปกครองอันชั่วร้ายของท่านแล้ว”


ปีที่หนังเรื่องนี้ลงโรง สี่อันดับแรกบนตารางทำเงินสูงสุด เป็นหนังเกาหลี และเรื่องนี้ครองอันดับหนึ่ง ทิ้งห่างKing Kong (ปีเตอร์ แจ็คสัน) ที่รั้งอันดับ เกินเท่าตัว! ทำให้ลีจุนกินักแสดงหนุ่มหน้าสวยดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืน

Taegukgi (2004)

ทำเงินสูงสุดแซงฮอลลีวูดในปีที่เข้า แทกึ๊กกิ คือคำเรียกธงเกาหลีที่เคยใช้ร่วมกัน (ฝ่ายเหนือเปลี่ยนไปใช้ธงอินคงกีในปี48) สัญลักษณ์กำเนิดจักรวาลตามคติเต๋า ที่ว่าทุกสิ่งย่อมคู่กัน ทั้งด้านลบ และด้านบวก(หยินหยาง) ถูกแบ่งข้างเท่าเทียมอย่างสมดุล กลมกลืนกันอย่างสมบูรณ์ หนังเล่าเหตุการณ์ปี50 เมื่อเหนือรุกใต้โดยไม่บอกล่วงหน้า สองพี่น้อง ที่คนพี่ขัดรองเท้าเลี้ยงครอบครัว กำลังจะแต่งงาน ส่วนคนน้องกำลังจะจบมัธยม ทั้งสองร่วมกองกำลังฝ่ายใต้อย่างไม่เต็มใจ เมื่อทหารออกกว้านเกณฑ์ด้วยคำชวนเชื่อ หนังจงใจแสดงท่าทีดูแคลนความคลั่งชาติของฝ่ายตนอย่างเห็นได้ชัด ทหารหลายคนปากดี ด่าทอฝ่ายเหนือ จับเชลยมาเผาอย่างไร้มนุษยธรรม จนบางคนถึงกับทนไม่ไหวโพล่งว่า “ใครแพ้ใครชนะ มันสำคัญนักรึ อุดมการณ์สำคัญถึงขั้นต้องเข่นฆ่ากันเชียวหรือ”


แล้วสงครามก็เปลี่ยนพี่ชายให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร เมื่อกองทัพมอบคำสดุดีและเหรียญกล้าหาญ แถลงข่าวเป็นคนดัง จัดฉลองใหญ่โดยทัพอเมริกันผู้อยู่เบื้องหลัง ที่เปิดหนีทันทีเมื่อรู้ว่าจีนเข้าหนุนทัพฝ่ายเหนือ ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องเขม็งเกลียว เมื่อฝ่ายใต้จับเชลยไร้อาวุธได้ และหนึ่งในนั้นคือเพื่อนเก่าละแวกบ้าน “มีคำสั่งต้องฆ่าตายให้หมด” “แต่นี่คือเพื่อนของเรานะพี่” “ที่ฉันเห็นตรงหน้าคือคอมมิวนิสต์” “แต่เขาถูกบังคับให้มารบ” “พวกคอมมิวนิสต์เป็นเดรัจฉาน” “เราฆ่าพวกเขา เราก็เดรัจฉานเหมือนกัน” “แต่มันเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อน” “แล้วเราต่างจากพวกเขาตรงไหน”

หนังประณามแนวทางทหาร ที่ออกล่าแม่มด ยิงประหารคนสมคบคิดฝ่ายเหนือ โดยมีชาวบ้านผู้ถูกกล่อมให้คลั่งชาติ เป็นตัวล่า แล้วเมื่อคนรักของพี่ชายถูกป้ายสีให้เป็นกบฏ “ฉันแค่ไปลงชื่อเพื่อขอรับอาหารเท่านั้น ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายเหนือ” “แล้วทำไมถึงออกไปตั้ง35ครั้ง” “ก็เพราะพวกเราหิว รัฐบาลฝ่ายใต้ไม่ได้ให้อะไรเราเลยแม้แต่นิดเดียว” “ไม่จริง แกมันโสเภณีนอนกับทหารธงแดง ถ้าใครช่วยเหลือหล่อน คนนั้นต้องกลายเป็นคอมมิวนิสต์”

เมื่อเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดบอลโลกกับญี่ปุ่น ประเทศที่ร้าวฉานต่อกันมานาน ปีนั้นพวกเขาทำละครสั้นออกฉายทางทีวีวันสิ้นปี ซึ่งต้องถือว่าฉลาดและให้เกียรติมาก เพราะคือช่วงเวลาที่ทุกครอบครัวจะกลับมาอยู่ร่วมกัน เล่าความรักระหว่างหนุ่มสาวจากสองประเทศ แสดงโดย วอนบิน กับเคียวโกะ ฟุคาดะ ใน Friends(2002),

เล่าเหตุโศกนาฎกรรมที่กวางจูปี80 ใน May 18 (2007) เมื่อนายพลปักจุงฮีถูกยิงตายโดยหัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง ชุนดูฮวานและโรห์แตวูสองนายพลจึงร่วมกันยึดอำนาจ ทำให้ประชาชนทั้งประเทศเคลื่อนไหวคัดค้าน จนฝ่ายทหารต้องใช้กำลังปราบ เว้นแต่ที่กวางจู นักศึกษาและประชาชนลุกฮือต่อสู้อย่างกล้าหาญ จึงระดมทหารแสนนายเข้าล้อมยิง มีผู้เสียชีวิต 165 ราย สูญหายอีก 65คน,

 Joint Security Area (2000) เล่าเหตุเสียชีวิตของทหารเกาหลีเหนือสองนาย ในเขตปลอดทหารระหว่างเหนือใต้ โดยทั้ง ประเทศต่างให้ข้อมูลพาดพิงต่อกัน แต่เมื่อสืบค้นความจริง กลับพบมิตรภาพของทหารทั้งสองฝ่าย และทหารเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายเสียสละเพื่อปกป้องบางสิ่งให้กับฝ่ายใต้

ประเทศหนึ่งสร้างการ์ตูนช้างแสนรู้ ที่ตะโกนคำดูถูกช้างหงสาใส่หน้าเด็ก หนังฟุตบอลที่เอาประเทศเพื่อนบ้านมาทำตลกล้อเลียน ประเทศที่หลอนคนในชาติว่าทหารปกบ้านป้องเมืองกำจัดอริร้าย ปลุกระดมคลั่งชาติ เหยียดหยามมิตรประเทศ ปลูกฝังสร้างจิ๋วแรนเจอร์ ลูกเสือไซเบอร์ จับผิด ให้ร้ายประชาชน บล็อกเว็บไซต์ ไล่ล่า ขังคุก และผลาญภาษีด้วยนโยบายสร้างภาพ ไร้ประสิทธิภาพ…ท่านคงสับสนระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้

 จากไบโอสโคป ฉบับที่ 112