“ผู้ก่อการร้าย” การเมืองเรื่อง(GAY)SEX โดย กัลปพฤกษ์

หนึ่งในผู้กำกับหนังอิสระไทยที่ยึดแนวทางการทำหนังสะท้อนความรู้สึกแบบชายรักชาย หรือเกย์ ได้อย่างเหนียวแน่นที่สุด คงต้องยกให้ ธัญสก พันสิทธิวรกุล เจ้าของผลงานสารคดีและหนังทดลองส่วนตัวขนาดสั้นหลายชิ้นที่อุดมไปด้วยอารมณ์เสน่หาต่อสรีระเรือนกายของมนุษย์เพศชาย เช่นเดียวกับผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวชิ้นล่าสุดเรื่อง “ผู้ก่อการร้าย” หรือ THE TERRORISTS ของเขา ก็เพิ่งเปิดตัวไปในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเบอร์ลินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากจะคงคาแร็คเตอร์ของธัญสกไว้อย่างเหนียวแน่นแล้ว ยังติดโผเป็นหนึ่งใน 13 เรื่องที่ได้เข้าชิงรางวัล TEDDY สำหรับหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโฮโมเซ็กช่วลในสาขาสารคดีอีกด้วย
I
“ผู้ก่อการร้าย” เป็นหนังสารคดีกึ่งความเรียงที่ธัญสกใช้ถ่ายทอดมุมมองที่เขามีต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยมุ่งเน้นไปที่การจับจ้องสรีระเรือนกายของผู้ชายในอิริยาบถต่าง ๆ กับการแสดงทรรศนะทางการเมือง โดยเฉพาะต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปีก่อน หนังประกอบไปด้วยส่วนย่อย ๆ หลาย ๆส่วนที่เหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้อง มาเรียงต่อกัน ซึ่งก็จะมีตั้งแต่การติดตามลูกเรือชาวประมงหนุ่มในชุดกางเกงขาสั้น ออกหาปลายามราตรี ก่อนจะพิรี้พิไรทอดกายนอนอย่างเอกเขนก การพาไปเยี่ยมชมฝูงปลาใต้อุโมงค์พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ การเฝ้าดูการทำงานของคนงานกรีดยาง และผู้คนในสนามบิน การแอบจ้องมองชายหนุ่มขณะกำลังเปลื้องผ้าหลับนอนและเล่นน้ำตก ไปจนถึงการจับภาพชายหนุ่มอีกรายสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองจนเสร็จสมอารมณ์หมาย สลับกับคลิปภาพเหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดงของทางการกับการย้อนรอยไปถึงเหตุการณ์รุนแรงตั้งแต่สมัย 6 ตุลา 2519 อันน่าสยดสยอง รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้แม้จะไม่มีสิ่งใดเชื่อมเกี่ยวกันโดยตรง แต่ด้วยลักษณะเฉพาะของการจ้องมองรวมถึงครรลองความคิดอ่านที่ชัดเจนของธัญสก ก็ทำให้หนังยังคงความเป็นเอกภาพได้อย่างน่าประหลาดไม่สะเปะสะปะกระจัดกระจายไร้ทิศทางอย่างที่ควรจะเป็นเลย

คุณสมบัติที่น่ายกย่องของธัญสกก็คือความโฉ่งฉ่างตรงไปตรงมา และกล้านำเสนอในสิ่งที่เขารู้สึกและเชื่อกันแบบไม่เกรงกลัวใคร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเปลือยอวัยวะและกิจกรรมลับของชายหนุ่มอย่างเปิดเผยไม่ปิดบิง แถมยังใช้นักแสดงมือสมัครเล่นที่ไม่ได้ประกอบอาชีพในทางค้าประเวณี การตีแผ่ข้อมูลที่อยู่นละด้านกับรัฐบาล เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเบื้องหลังควมรุนแรงต่าง ๆ ไปจนถึงการแสดงขั้วด้านทางการเมืองที่เลือกข้างอย่างชัดเจน ซึ่งถึงแม้หลาย ๆ ส่วนจะยังสะท้อนถึงการมองอย่างมีอคติ แต่ด้วยความที่หนังวางทิศทางไว้แต่แรกแล้วว่าเป็นการนำเสนอมุมมองส่วนตัว ฉะนั้น การรักษาความเป็นกลางจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป และถึงแม้ว่าเนื้อหาโดยรวมของมันจะโผงผางขนาดไหน ธัญสกก็ยังรักษาความนุ่มนวลให้กับหนังของตัวเองได้ด้วยลีลาในแบบกวีที่ปรากฎในจังหวะการตัดต่อและการให้เสียงประกอบในหลาย ๆช่วง ส่วนผสมที่ไม่น่าจะเข้ากันหลาย ๆ อย่าง ในหนังของเขาจึงทำให้ตัวงานมีความโดดเด่นและแตกต่าง สร้างเอกลักษณ์ที่ยากจะหาใครเลียนแบบได้อย่างมีชั้นเชิง

ไม่น่าแปลกใจที่เนื้อหาท้าทาย “ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงของประชาชน” ในผลงานหลาๆชิ้นของธัญสก จะทำให้หนังของเขาแทบไม่ีควาหวังจะได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย (ซึ่งถ้าส่งเข้าตามขั้นตอนของคณะกรรมการจัดเรตติ้ง ก็คงเจริญรอยตามInsect in the Backyard ของ ธัญวารินทร์แน่ ๆ) เพราะแม้แต่ผลงานเรื่องก่อนหน้าอย่าง “บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน” หรือ THIS AREA IS UNDER QUARANTINE ซึ่งมีเทียบเคียงการเผชิญหน้าเพื่อประกบอกิจกรรมทางเพศของหนุ่มเกย์มุสลิมกับภาพเหตุการณ์โศกนาฎกรรม ณ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปีพ.ศ.2547 ก็เคยมีปัญหากับการขออนุญาตฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ กับกระทรวงวัฒนธรรมมาแล้ว แม้ว่าต้นตอส่วนหนึ่งจะมาจากความลักลั่นด้านผู้ถือลิขสิทธิ์หนังก็ตาม แต่การมองประเด็นเรื่องเพศ ศีลธรรม และทรรศนะที่มีต่อคำว่าอนาจาร กลับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนัง “โดนแบน”ไปโดยปริยาย ส่วนเรื่อง “ผู้ก่อการร้าย” แม้ธัญสกจะไม่มีแผนการจัดฉายในประเทศไทย แต่เขาก็เชื่อว่าผู้ชมชาวไทยน่าจะมีโอกาสได้ชมแน่ ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง
I
จาก And Another Thing นิตยสาร Attitude ฉบับ04 June 2011
