THUNSKA PANSITTIVORAKUL

เธอถามฉัน’รัก’มากแค่ไหน (UNCUT version)

โดย ธัญสก 

I

เธอถามฉันรักมากแค่ไหน ความรักฉันจริงแท้มั่นคง พระจันทร์แทนความในใจฉัน

http://www.youtube.com/watch?v=bv_cEeDlop0

นี่คือใจความของ เยี่ยเลี่ยงไต้เปี่ยวหว่อเตอซิน (ค้นยูทูบ The Moon Represents My Heart) เพลงสำคัญใน Comrades, Almost A Love Story (เถียนมี่มี่) ถ้าไม่นับว่าเพลงธีมเกือบทั้งเรื่องใช้โน้ตเดียวกับเพลงนี้ เมโลดี้ของเพลงนี้ปรากฎในหนังอีกไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง โดยหลังจากฉากที่เสี่ยวจิน(หลี่หมิง)ซื้อสร้อยข้อมือแบบเดียวกันให้ทั้งคู่หมั้นและให้หลี่เฉียว(จางมั่นอวี้) จนเธอแสดงอาการวิตกออกมาว่า “อุดมการณ์ของเราต่างกัน ทัศนคติก็ต่างกัน ตอนนี้ฉันจะไปไหน ไปทำไม ยังไม่รู้เลย ไม่รู้สึกปลอดภัย ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ว้าวุ่นใจ กลัว ไม่รู้จะทำยังไงดี…สหายหลี่เสี่ยวจิน ฉันมาฮ่องกงไม่ใช่เพื่อคุณ และคุณมาที่นี่ก็ไม่ใช่เพื่อฉัน” ก่อนจะตัดไปฉากพี่เป้า(เจิ้งจื้อเหว่ย)เซอร์ไพรส์หลี่เฉียวด้วยรอยสักมิกกี้เม้าส์กลางหลังมังกร แล้วทำนองเพลงนี้ก็ดังขึ้นเป็นครั้งแรกเธอถามฉันรักมากแค่ไหน…พระจันทร์แทนความในใจฉัน

I

เถียนมี่มี่เป็นหนังปี96 ที่สะท้อนอาการปริวิตกต่อปี97 ปีซึ่งจำต้องผละจากอังกฤษสู่อ้อมกอดแผ่นดินมังกร ตัดสินใจยากพอกับฉากที่เกริ่นในย่อหน้าแรก เมื่อหลี่เฉียวลังเลต่อข้อเสนอของพี่เป้า คนฮ่องกงเวลานั้นถ้าไม่หนีไปตั้งรกรากที่อื่น ก็ถึงกับโดดตึกตายกันเลยทีเดียว…อะไรทำให้พวกเขากลัวกันขนาดนั้น?

I

หากจะให้อธิบายความกลัวที่พวกเขาเผชิญอยู่ในเวลานั้น คงต้องย้อนไปเมื่อฮ่องกงตกเป็นของอังกฤษ เซียงกั่ง-ท่าเรือหอม เกาะที่ราชินีวิคตอเรียเคยดูแคลนว่าเป็นเพียงดินแดนหินโสโครก อังกฤษกลับช่วยวางรากฐานทั้งการศึกษา การปกครอง และผังเมือง จนพริบตาเดียวก็เจริญเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจมุกล้ำค่าแห่งเอเชีย จวบจนเมื่อเวลาใกล้หมดลง ช่วงเวลาหวานชื่น(เถียน=หวาน มี่มี่=ปานน้ำผึ้ง)ก็กำลังจะสิ้นสุดไปด้วย ดังเหตุการณ์ต่อเนื่องจากฉากดังกล่าว ความหวาดกลัวต่ออนาคต เพราะชายที่เธอรัก ไม่มั่นคงพอที่เธอจะฝากอนาคตด้วยได้ ทำให้เมื่อเสี่ยวจินพยายามเพจเจอร์ไปเรียกหลี่เฉียว ขณะเดียวกับพี่เป้ายื่นข้อเสนอพิเศษให้ เธอจึงปิดเครื่องทิ้ง ก่อนที่เสี่ยวจินจะฝากข้อความโดยใช้รหัส 1986 

I

แน่นอนว่า 1986 ในเรื่องคือปีที่ทั้งคู่เดินทางสู่ฮ่องกง แต่ก็มีผู้พยายามจะตีความ 1986 ไปสองทาง ทางหนึ่งว่า 1986 คือยุคทอง ของฮ่อกง เมื่อธุรกิจบันเทิงบูมถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของ 4จตุรเทพ หลิวเต๊อะหัว กัวะฟู่เฉิง จางเซียะโหย่ว และพระเอกของเรื่อง หลี่หมิง รวมถึงความโด่งดังของ A Better Tomorrow (โหดเลวดีจอห์น หวูยู่เซิน)  และ Peking Opera Blues(เผ็ดสวยดุ ณ เปไก๋สุย ฮาร์ค/สวีเค่อ) ก็อยู่ในปีนี้  ช่วงเวลาหวานชื่นที่สุดของฮ่องกง

I

ขณะที่บางคนพยายามจะตีความไปอีกทาง เมื่อตอนถัดจากนั้น เสี่ยวจินเลือกเขียนจดหมายกลับไปสานสัมพันธ์คู่หมั้นที่เมืองจีน “เสี่ยวถิง(หยางกงหยู)ที่รัก ข่าวว่าระยะนี้ที่ปักกิ่งร้อนมาก โดยเลือกใช้ภาพจักรยานคู่ชีพของเสี่ยวจิน ซึ่งถูกทิ้งร้างจนกระดิ่งหักร่วงตก แล้วหนังก็ตัดข้ามไปปี 1990 อย่างจงใจ

I

หรือเฉินเข่อซิน(ปีเตอร์ ชาน) พยายามจะสื่อถึง 1989 ปีแห่งความเจ็บปวดซึ่งเวลาไม่อาจเยียวยา จึงเลี่ยงไปใช้1986แทน เพื่อไม่ต้องการกระทบความรู้สึกทั้งรัฐบาลและประชาชนจีนเองที่ต่างฝ่ายก็ยังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ในปี 1989  

15 เมษายน 1989 เมื่อหูเย่าปัง เสียชีวิต (อดีตเลขาฯพรรคผู้ถูกถอดตำแหน่ง เนื่องจากแสดงท่าทีโอนอ่อนต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น) บรรดานักศึกษาจึงรำลึกถึงเขา ออกมาร่วมไว้อาลัยในวันที่ 16 เลยเถิดไปสู่การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยอีกครั้ง ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง


มีประชาชนออกมาร่วมประท้วงรัฐมากกว่าสองแสนคน วันที่25 เติ้งเสี่ยวผิงจึงแถลงเฮทสปีชว่าการชุมนุมของนักศึกษามีจุดประสงค์โค่นล้มรัฐบาล สร้างความสับสนและขัดแย้งต่อประชาชนอย่างรุนแรง (แน่นอนว่าประชาชนบางส่วนหูเบาพอจะปักใจเชื่อทุกสิ่งที่รัฐบอก) 19 พฤษภา จ้าวจื่อหยางเลขาฯพรรคในขณะนั้น ถูกส่งมาเจรจากับผู้ชุมนุมแต่เขากลับหลั่งน้ำตา เป็นเหตุให้เติ้งเสี่ยวผิงประกาศกฎอัยการศึก ตรึงกำลังทหารในวันถัดมา กระทั่งวันที่26 จ้าวจื่อหยางก็ถูกปลด แล้วนับตั้งแต่วันที่ 28เขาก็ถูกกักบริเวณ(จนเสียชีวิตในนั้นเมื่อปี 2005) ทำให้เหตุการณ์ยิ่งร้อนเดือดขึ้น คืนวันที่ 3ถึง 4 มิถุนา รัฐบาลจึงส่งกำลังทหารและรถถังติดอาวุธ ระดมยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจนยอดสุดท้ายทางการแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต 241ศพ แต่เชื่อกันว่าความจริงมีมากกว่าสองพัน!

ถ้าทฤษฎีเลี่ยงตัวเลขนี้เป็นจริง จะเป็นไปได้ไหมที่ 527 เบอร์ห้องในโรงแรมจิ้งหรีดที่เสี่ยวจินและหลี่เฉียวมีสัมพันธ์กันก็อาจหมายถึง เดือน5 วันที่ 27 วันหลังปลดตำแหน่ง ก่อนจะขังลืมจ้าวจื่อหยางชั่วชีวิต / ณ ห้อง 527 หลายปีต่อมา “สุดท้ายเราก็แพ้” “ใช่…แพ้ใจตัวเอง” “ห้องนี้เหมือนเคยซ่อมมาก่อน” “เพดานเหมือนเดิม..ชักโครกเปลี่ยนใหม่..อืม พรมก็เปลี่ยน มีแต่เตียงที่เป็นของเรา” “ความจริงเตียงนี่ก็ไม่ใช่ของเราหรอก” แล้วท่วงทำนองเดิมก็ดังแทรกขึ้นอีกครั้งเธอถามฉันรักมากแค่ไหน…พระจันทร์แทนความในใจฉัน

I

เมื่อพวกเขาตัดสินใจจะบอกความจริงแก่คู่แต่งงานตัวเอง ก็มีอุปสรรคมาขัดอุดมการณ์ให้ต้องพรากจากกันอีกครั้ง ครั้งนี้ที่อาจหมายถึงชั่วชีวิต จนอีกหลายปีถัดจากนั้น เมื่อเนื้อร้องเพลงนี้ดังเป็นครั้งแรก ด้วยน้ำเสียงของเติ้งลี่จวิน พร้อมข่าวการจากไปตลอดกาลของราชินีเสียงทอง เธอถามฉันรักมากแค่ไหน…พระจันทร์แทนความในใจฉัน

 

ชะตากรรมในหนังว่ารันทดแล้ว ชีวิตจริงยิ่งรันทดกว่า นอกจากเติ้งลี่จวินจะมีพ่อเป็นอดีตทหารเจียงไคเช็ค ที่อพยพมาไต้หวันแล้ว ความก๋ากั่นของเธอเมื่อปี1980 ขณะเดินทางไปร้องเพลงปลอบขวัญทหาร ที่สถานีวิทยุชายแดน ซึ่งกระจายเสียงข้ามไปยังแผ่นดินใหญ่ด้วย เธอได้พูดว่า “พี่น้องร่วมชาติที่รักทั้งหลาย ดิฉันเติ้งลี่จวิน วันนี้อยากจะบอกท่านว่า ฉันดีใจมากที่ได้มายืน ณ มาตุภูมิแห่งเสรีภาพนี้ ดิฉันมีความสุข และหวังว่าทุกท่านคงจะรู้สึกเช่นเดียวกัน มีแต่ชีวิตภายใต้เสรีภาพ และประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะพาเราให้รุ่งเรือง สมปรารถนา พัฒนาอนาคตประเทศให้เปี่ยมด้วยความหวัง ขอให้ทุกท่านแข็งแรง ประชาธิปไตยจงเจริญ!


http://youtu.be/RE1qP6T7shE

และนั่นเองที่ทำให้เติ้งเสี่ยวผิง ประกาศว่าเพลงของเติ้งลี่จวิน เป็นปฏิกิริยาต่อพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะนอกจากเนื้อหาจะยั่วยวน ชวนให้เขวต่อนโยบายพรรคแล้ว ยังแฝงนัยทางการเมือง เช่นความหมายของ เหอยื่อจวิ้นไจ้ไหล(ค้นยูทูบWhen Will You Return?) ซึ่งเป็นเพลงที่เธอใช้ตบท้ายคำกล่าวในวันนั้นว่า “ชีวิตเราสั้นนัก มาร่ำสุราให้สุขกับปัจจุบันเถิด เพราะจากกันคืนนี้แล้ว ไม่รู้เมื่อไรจะได้เจอกันอีก” ถึงกับมีคำกล่าวว่า กลางวันฟังตาเติ้งเฒ่า กลางคืน(แอบ)ฟังเติ้งสาวน้อยเพราะถึงจะถูกเติ้งเสี่ยวผิงสั่งห้าม เพลงของเติ้งลี่จวินก็ยังหวานลอยข้ามกระแสการเมือง หลังเหตุนองเลือดที่เทียนอันเหมิน เติ้งลี่จวินยังได้จัดแข่งม้าการกุศลในฮ่องกง เพื่อร่วมระดมทุนต่อต้านอำนาจเผด็จการทหาร และตั้งปณิธานว่า ตราบที่แผ่นดินใหญ่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย เธอก็จะไม่ขอเหยียบเป็นอันขาด! พร้อมประกาศเป็นนัยว่า “บ้านของฉันอยู่คนละฝั่งกับภูผาใหญ่”


ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอพยายามจะขอเข้าไปร้องเพลงให้ทหารจีนอยู่หลายครั้ง ทางการก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เลย จนเมื่อบั้นปลายชีวิต แม้ว่าจีนจะเชิญให้เธอไปร้องเพลง แต่ด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ของเติ้งน้อย ทำให้เธอเสียชีวิตด้วยโรคทางเดินหายใจ ในวันที่8 พฤษภา 95 ณ เชียงใหม่ ดังปรากฎในหนัง ขณะที่เติ้งเฒ่านั้น เสียชีวิตวันที่19 กุมภา 97 ไม่กี่เดือนก่อนคืนเกาะฮ่องกง…

I

ปีหลังเจียงไคเช็คถึงแก่อสัญกรรม ยูเอ็นประกาศรับรองจีนแผ่นดินใหญ่ สหรัฐเพิกถอนสถานภาพรัฐของไต้หวัน เป็นผลใช้อ้างยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนนับแต่นั้น คนไต้หวันจึงทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศยากขึ้น หนึ่งปีถัดมาขณะที่เติ้งลี่จวินโด่งดังและได้รางวัลมากมายในญี่ปุ่น เธอใช้หนังสือเดินทางอินโดนีเซียเข้าประเทศ จนถูกจับได้และห้ามเข้าญี่ปุ่น ปี ไต้หวันจึงใช้กรณีนี้ต่อต้านเธอ เพื่อตอบโต้ที่ญี่ปุ่นไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ เมื่อครั้งไต้หวันถูกกดดันให้พ้นสมาชิกภาพยูเอ็น  ทั้งที่ไต้หวันเป็นประเทศผู้ร่วมผลักดันให้เกิดการก่อตั้งองค์กรนี้ตั้งแต่เริ่ม และนี่นับเป็นจุดที่ทำให้โลกตาสว่างว่า แท้จริงยูเอ็นใช้สิทธิมนุษยชนบังหน้า แต่เป้าหมายหลักคือเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของสหรัฐเป็นสำคัญ นับจากนั้นเติ้งลี่จวินจึงมีบ้านไว้ลี้ภัยอีกสองแห่งคือ ฮ่องกง และ ไทย


เธอถามฉันรักมากแค่ไหน ความรักฉันจริงแท้มั่นคง พระจันทร์แทนความในใจฉัน พระจันทร์มีวันหรี่แสงมืดลับหาย ไม่มั่นคงจนน่ากลัว แต่อย่างน้อยก็ขอให้รู้ว่า วันฟ้าปิดที่มองทิศไหนก็ไม่เห็นทาง นั่นคือจะสว่างใหม่อีกครั้งในวันพรุ่ง อย่าถามเลยว่ารักแค่ไหน แต่ขอให้คนถามทบทวนเถิดว่า ให้ความรักมากพอไหม และตระหนักไว้เสมอว่า…สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเป็นของเรา


หมายเหตุ: เฉินเข่อซินผู้กำกับหนังเรื่องนี้ มีพ่อเป็นชาวจีนโพ้นทะเลในไทย ภายหลังพ่อเขาเปลี่ยนชื่อเป็น ชาญ ชาญทองมั่น เคยกำกับหนังไทยเรื่อง ใจรัก (1975) และ สาวหมาป่า(1976) มีแม่เกิดเมืองไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นล่ามให้คอมมิวนิสต์ไทยที่ไปประชุมยังจีน ตัวเฉินเข่อซินเองวัยเด็กก็เคยอาศัยอยู่เมืองไทย ก่อนจะไปเรียนที่อเมริกา แล้วย้ายกลับฮ่องกง 

I

ข่าวฉาว 

ว่ากันว่าเฉินหลงดังได้ก็เพราะเติ้งลี่จวิน เพราะข่าวฉาวที่หนังสือพิมพ์ลงว่าพวกเขาลักลอบคบกัน จนภายหลังเฉินหลงหันไปคบหลินฟ่งเจียว หลายปีผ่านไปในงานประกาศรางวัลเพลงปี 1981 เติ้งลี่จวินหลั่งน้ำตาปฎิเสธขึ้นรับรางวัลจากมือของเฉินหลง ปีถัดจากนั้นเฉินหลงก็ประกาศแต่งงาน ส่วนเติ้งลี่จวินภายหลังก็อยู่กินกับช่างภาพชาวฝรั่งเศส หลังเติ้งลี่จวินเสียชีวิต ปี เฉินหลงออกอัลบัม With All One’s Heart โดยร้องเพลง I Only Care about You ของเติ้งลี่จวิน คู่กับเธอ เขากล่าวในMVว่า “ไม่มีใครมาแทนที่เธอซึ่งอยู่ส่วนลึกในใจผมได้” http://www.youtube.com/watch?v=Ug3v7cqrRlQ

I

จากคอลัมน์หนังฝั่งตะวันออก นิตยสารไบโอสโคป ฉบับ 110

…………………………………….

YUE LIANG DAI BIAO WO DE XIN LYRICS 


The Moon Represents my Heart 

ดวงจันทร์คือตัวแทนในใจฉัน 

You ask me how deep my love for you is, เธอถามฉันว่ารักเธอแค่ไหน 

How much I really love you… ฉันรักเธอเท่าไร 

My affection is real. หัวใจของฉันก็แน่แท้ 

My love is real. รักของฉันก็แน่แท้ 

The moon represents my heart. ดวงจันทร์นั้นแทนหัวใจของฉัน 

You ask me how deep my love for you is, เธอถามฉันว่ารักเธอแค่ไหน 

How much I really love you… ฉันรักเธอเท่าไร 

My affection does not waver, หัวใจฉันไม่เปลี่ยนแปลง 

My love will not change. รักของฉันไม่เปลี่ยนแปลง 

The moon represents my heart. ดวงจันทร์นั้นแทนหัวใจของฉัน 

* Just one soft kiss จูบเบาๆของเธอนั้น 

is enough to move my heart. ทำให้หัวใจฉันหวั่นไหว 

A period of time when our affection was deep, รักนั้นตรึงตราใจ 

Has made me miss you until now. ทำให้ฉันเฝ้าคิดถึงเธอจนถึงบัดนี้ 

* You ask me how deep my love for you is, เธอถามฉันว่ารักเธอแค่ไหน 

How much I really love you. ฉันรักเธอเท่าไร 

* ** Go think about it. เธอกลับไปคิดดีๆ 

Go and have a look [at the moon], เธอกลับไปดูดีๆ 

The moon represents my heart. ดวงจันทร์นั้นแทนหัวใจของฉัน 

* ni wen wo ai ni you duo shen 你 问 我 爱 你 有 多 深 

หนี่ เวิ่น หว่อ อ้าย หนี่ โหย่ว ตัว เซิน 

wo ai ni you ji fen 我 爱 你 有 几 分. 

หว่อ อ้าย หนี่ โหยว จี่ เฟิน 

wo de qing ye zhen 我 的 情 也 真 

หวอ ตี ฉิง เหย่ เจิน 

wo de ai ye zhen 我 的 爱 也 真 

หวอ ตี อ้าย เหย่ เจิน 

yue liang dai biao wo de xin 月 亮 代 表 我 的 心 

เยวี่ย เหลียง ไต้ เปียว หว่อ ตี ซิน 

(Repeat *) 

wo de qing bu yi 我 的 情 不 移 

หวอ ตี ชิง ปู้ อี่ 

wo de ai bu bian 我 的 爱 不 变 

หวอ ตี อ้าย ปู้ เปี้ยน 

yue liang dai biao wo de xin 月 亮 代 表 我 的 心 

เยวี่ย เหลียง ไต้ เปียว หว่อ ตี ซิน 

** qing qing de yi ge wen 轻 轻 的 一 个 问 

ชิง ชิง เตอ อี้ เกอ เหวิ่น 

yi jin da dong wo de xin 一 经 打 动 我 的 心 

อี้ จิน ตา ตง หว่อ ตี ซิน 

shen shen de yi duan qing 深 深 的 一 段 情 

เซิน เซิน ตี อี้ ด้วน ชิง 

jiao wo si nian dao ru jin 教 我 思 念 到 如 今 

เจี้ยว หว่อ ซื่อ เนี่ยน ต้าว หรู จิน 

(Repeat *) 

*** ni qu xiang yi xiang 你 去 想 一 想 

หนี่ ชวี่ เสี่ยง อี้ เสี่ยง 

ni qu kan yi kan 你 去 看 一 看 

หนี่ ชวี่ ค่าน อี้ ค่าน 

yue liang dai biao wo de xi 月 亮 代 表 我 的 心 

เยวี่ย เหลียง ไต้ เปียว หว่อ ตี ซิน 

I Only Care About You 

If I hadn’t met you 

Where would I be right now? 

How would the days go by? 

Would life be worth treasuring? 

If I’d met someone else, 

lived a simple life, 

I wonder if there would also be 

love and tenderness. 

*Let the time flow away, 

I only care about you. 

It’s hard to find a real friend in life. 

It doesn’t matter-even if I lose my energy. 

So, I beg you, 

Don’t let me be kept away from you. 

With someone else, 

I wouldn’t feel the love and tenderness. 

If the day was to come 

When you said you had to leave, 

I would lose myself- 

Run into a deep lonely sea. 

I don’t need any promises- 

Let’s just be together every day. 

I can’t live only on my memories. 

Repeat* 

Notes

  1. schnappiandmicky reblogged this from thunska
  2. thunska posted this